ตามไปดู
"ร.ร.ปฏิรูปการเรียนรู้"
ร.ร.วัดสวนแก้ว
จ.สมุทรสงคราม
ล
า มะลิลา ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน พอแตกใบอ่อนเป็นมะลิลาๆๆๆๆๆ เสียงร้องเพลงพื้นบ้านของ
กลุ่มนักเรียนชั้นป.6สอดรับกับจังหวะเสียงกลองฉิ่งฉาบแต่ละคนเมื่อถึงคิวของตนเองจะก้าวเท้ามาจากกลุ่ม
ออกมาร่ายรำด้วยลีลาอ่อนช้อยงดงามในการทำกิจกรรมกระท่อมวรรณคดีเวทีคนกล้าของการเรียนชั่วโมง
วิชาภาษาไทยและดนตรีอย่างสนุกสนาน ส่วนอีกมุมหนึ่งหลังอาคารเรียนนักเรียนชั้นป.3และป.4
นั่งล้อมวงปั้นแป้งเพื่อทำขนมถั่วแปบโดยมีคุณยายวัย60กว่าปีเจ้าของภูมิปัญญาชาวบ้านด้านขนมไทย
คอยสอนหลานๆอย่างใกล้ชิดในกิจกรรมพัฒนาส่งเสริมอาชีพหารายได้ระหว่างเรียนล้วนเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็น
ถึงการเรียนการสอนที่เน้นการปฏิบัติจริงหรือเรียกว่า"การปฏิรูปการเรียนรู้"ของร.ร.วัดสวนแก้ว
สำนักงานการประถมศึกษาจ.สมุทรสงครามได้เป็นอย่างดี
ร.ร.วัดสวนแก้วมีเด็กอนุบาล3ขวบจนถึงป.6รวมทั้งสิ้น163คนครูและบุคลากรรวม13คนเป็นหนึ่งใน
โรงเรียนจำนวน250แห่งที่เข้าโครงการร.ร.ปฏิรูปการเรียนรู้ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ(สกศ.)
ตั้งแต่ปี2544 จนถึงปัจจุบันมีโรงเรียนในพื้นที่เข้ามาเป็นเครือข่ายถึง2แห่ง
นายไพศาล ถาวร ผู้อำนวยการร.ร.วัดสวนแก้วเล่าว่าร.ร.ได้เริ่มต้นปฏิรูปการเรียนรู้โดยพาครูไปอบรม
การสอนแบบปฏิรูปการเรียนรู้กับครูต้นแบบและดูงานตามสถานที่ต่างๆรวมทั้งจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญซึ่งได้ให้ครูศึกษาและทำบทเรียนการสอนในวิชาที่สนใจแบบเจาะลึกรวมทั้งให้วิจัย
ในชั้นเรียนอย่างง่ายๆเพื่อศึกษาปัญหาการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนช่วงแรกของโครงการได้ถูกครูต่อต้าน
เพราะไม่เข้าใจการปฏิรูปการเรียนรู้และไม่แน่ใจในนโยบายการปฏิรูปการศึกษาของรัฐทำให้มีครูขอย้ายออก
ไปหลายคนจนเกิดปัญหาขาดแคลนครูและต้องแก้ปัญหาโดยจ้างครูมาสอนเด็กแต่ท้ายที่สุดเมื่อค่อยๆ
ทำความเข้าใจก็ได้รับความร่วมมือจากครูและคณะกรรมการสถานศึกษาเป็นอย่างดีทำให้โครงการประสบ
ความสำเร็จนายไพศาลกล่าว ขณะที่ครูผู้สอนอย่างนายสุเทพศิริคำหอมอาจารย์วิชาวิทยาศาสตร์และ
เกษตร.ร.วัดสวนแก้วบอกว่าโครงการปฏิรูปการเรียนรู้ของร.ร.ที่มีปัญหาครูไม่ให้การยอมรับเนื่องจากเห็นว่า
การปฏิรูปการเรียนรู้เป็นเรื่องยากและเร็วเกินไปที่จะทำแต่เมื่อทำอย่างเป็นระบบและมีขั้นตอนโดยให้เพื่อนครู
ช่วยเหลือให้คำแนะนำซึ่งกันและกันอีกทั้งยังให้ทำงานเป็นกลุ่มส่งผลให้การปฏิรูปการเรียนรู้เป็นเรื่องง่าย
ขณะนี้ครูให้การยอมรับ100%ทั้งนี้การปฏิรูปการเรียนรู้ของร.ร.แห่งนี้เน้นการปฏิบัติจริงด้วยการให้เรียน
ในห้องเรียน70%และนอกห้องเรียน30%ยังให้เรียนรู้ธรรมะโดยนิมนต์พระสงฆ์มาสอนจัดกิจกรรม
อนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีพื้นบ้านเช่นการให้เด็กๆแต่งชุดไทยในวันศุกร์เล่นการละเล่นพื้นบ้าน
อาทิม้าก้านกล้วยเดินกะลารวมถึงสอนอาชีพภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เด็กเช่นขนมไทย น้ำตาลมะพร้าว
เป็นต้น
ธรรมรัช
กิจฉลอง* เรื่องภาพ
จากหนังสือพิมพ์
คมชัดลึก ปีที่ 2 ฉบับที่ 633 วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 หน้า12