โรงเรียนวัดสวนแก้ว
ผู้กล้าที่จะปฏิรูปการศึกษาการปฏิรูปการเรียนรู้
การปฏิรูปการเรียนหรือการเปลี่ยนวัฒนธรรมการเรียนรู้จากการท่องจำและการทำตามคำสั่งของครูมาเน้นผู้เรียน
เป็นสำคัญโดยปลูกฝังให้ผู้เรียนรู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเองมีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนและมีนิสัยรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญห้องหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษาแต่การจะเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการเรียนรู้ได้นั้นจะต้องมีการประกัน
คุณภาพภายในเป็นตัวกระตุ้นให้การดำเนินการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเกิดประสิทธิผลกล่าวคือบุคลากรของโรงเรียน
เริ่มตั้งแต่ผู้บริหารและครูทุกคนจะต้องมีความตระหนักรู้และเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นรวมถึงการยอมรับ
ที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขณะเดียวกันพ่อแม่ผู้ปกครองและชุมชนก็ต้องมีส่วนร่วมสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยเช่นกัน
โครงการ"ปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน"จึงเป็นโครงการหนึ่งที่สำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาแห่งชาติหรือสกศ.ได้คิดดำเนินการขึ้นโดยคัดเลือกโรงเรียนจากทั่วประเทศมาจำนวนหนึ่งประมาณ
200โรงเรียนเพื่อรับการสนับสนุนการดำเนินการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญทั้งระบบและ
ที่"โรงเรียนวัดสวนแก้ว"อำเภอเมืองฯจังหวัดสมุทรสงครามซึ่งเป็นโรงเรียนเล็กๆแห่งหนึ่งที่มีนักเรียนไม่ถึง
200คนอยู่ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ(สปช.)ที่เข้าร่วมโครงการ
"โรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน"ตามแนวทางของสกศ.ก็เป็นโรงเรียนที่หากใคร
ได้มาสัมผัสก็ต้องยอมยกให้เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงบนความร่วมมือและด้วยหัวใจของทุกฝ่าย
ที่กล้าจะลุกขึ้นเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงานแบบเก่าๆของตัวเองซึ่งเป็นอะไรที่ยากมากแต่ในที่สุดทุกคนก็ทำได้และทำได้ดีด้วย
กว่าจะถึงวันนี้อาจารย์ไพศาลถาวรผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสวนแก้วเล่าย้อนถึงการตัดสินใจนำโรงเรียน
เข้าโครงการว่าทุกคนทราบว่าเมื่อพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติมีผลบังคับใช้แล้วการศึกษาไทยจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง
โดยรูปแบบและวิธีการจัดการศึกษาจะต้องเปลี่ยนไปและตนเป็นคนที่ค่อนข้างสนใจการเปลี่ยนแปลงสนใจเรื่อง
การปฏิรูปการศึกษาจึงได้เริ่มทำการเปลี่ยนแปลงด้วยตนเองโดยปฏิบัติตามรูปกรอบของต้นสังกัดเมื่อประมาณ4-5ปีที่ผ่านมาซึ่งในระยะแรกตนถูกต่อต้านมากครูไม่ยอมรับและขอย้ายกันอุตลุตเพราะไม่เข้าใจว่าการปฏิรูปการศึกษา
คืออะไรจะต้องทำอะไรบ้างซึ่งตนก็ยอมรับว่าขณะนั้นก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันถึงได้ยึดและถือปฏิบัติตามกรอบทุกอย่าง
จนกระทั่งมาเข้าโครงการของสกศ.เมื่อปี2544จึงพบว่าจริงๆแล้วสามารถฉีกออกจากกรอบได้และที่สำคัญต้องเปิดโอกาส
ให้ครูอาจารย์ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำงานให้มากขึ้นคือใครอยากทำอะไรก็ทำโครงการเสนอต่อที่ประชุมเมื่อ
ได้รับความเห็นชอบผู้บริหารก็มีหน้าที่จัดหางบประมาณสนับสนุนเมื่อจบโครงการก็ต้องมีการประเมินผลโดย
คณะกรรมการว่าจะต้องมีการปรับปรุงหรือพัฒนาอย่างไรซึ่งวิธีการนี้เป็นการกระตุ้นให้ทุกคนได้คิดและมีใจรักในงาน
ของตนเองนับว่าเป็นการทำงานอย่างมีส่วนร่วมของครูอาจารย์และนักเรียนได้เป็นอย่างดีสำหรับครูและบุคลากร
ของโรงเรียนวัดสวนแก้วทุกคนจะได้รับมอบหมายหน้าที่พิเศษที่นอกเหนือจากงานการสอนซึ่งเป็นงานประจำ
โดยทุกคนจะถูกดึงศักยภาพและความสามารถพิเศษที่มีอยู่ในตัวขึ้นมาใช้งานขณะเดียวกันครูที่ยังมีจุดด้อยก็
จะได้รับการพัฒนาโดยครูต้นแบบของสกศ.อาทิอาจารย์สิริมากลิ่นกุหลาบอาจารย์ศิริพรผ่องใสและอาจารย์พจนา รื่นปาน
ทำให้เกิดกิจกรรมพิเศษขึ้นและทำให้การเรียนรู้ขอนักเรียนไม่จำเป็นต้องนั่งเรียนอยู่แต่ในห้อง
โรงเรียนวัดสวนแก้วจึงมีการจัดกิจกรรมและโครงการที่เกิดจากความต้องการร่วมกันของครูและนักเรียน
หลายโครงการที่สำคัญทุกกิจกรรมนักเรียนจะได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกับครูผู้สอนเป็นการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติร่วมกัน
เมื่อเกิดปัญหาก็สามารถแก้ไขและครูก็จะสอดแทรกเข้าไปในบทเรียนได้ทันทีสำหรับกิจกรรมเด่นๆของที่นี่มีมากมาย
เช่นกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่มีการลงทุนสร้าง"กระท่อมวรรณคดีเวทีคนกล้า"กิจกรรมพัฒนาสู่อาชีพและ
หารายได้ระหว่างเรียนด้วยการทำขนมไทยอาหารไทยธนาคารขยะเป็นต้นนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริมสำหรับนักเรียน
ที่มีความสามารถพิเศษทั้งด้านคอมพิวเตอร์ร้องเพลงสวดมนต์หมู่ตอบปัญหาธรรมะหรือตอบปัญหาสารานุกรม
จนหลายกิจกรรมสามารถสร้างชื่อเสียงและเกียรติประวัติให้กับโรงเรียนเรียกว่าถ้าจะไล่มาให้ครบทุกรางวัล
หน้ากระดาษนี้ก็คงไม่พอ การเรียนนอกห้องเรียนและการทำกิจกรรมเสริมประมาณ30%ทำให้เด็กไม่เบื่อที่จะเรียน
ทุกคนเรียนและเล่นอย่างสนุกสนานมีความสุขกับการมาโรงเรียนและได้ทำในสิ่งที่อยากทำได้ออกไปเรียนรู้เรื่อง
การทำน้ำตาลปึกจากชาวบ้านรอบๆโรงเรียนบางวันก็มีคุณลุงคุณป้าคุณยายเข้ามาสอนทำอาหารไทยขนมไทยหรือ
ของเล่นไทยๆจากชิ้นส่วนของต้นมะพร้าวถึงในโรงเรียนสร้างความตื่นเต้นประทับใจและความต้องการที่จะเรียนรู้
ให้กับนักเรียนได้อย่างมากขณะที่ประธานกรรมการสถานศึกษานายพิณเพิ่มเจริญกล่าวว่าพื้นที่นี้ยังไม่ค่อยเจริญ
ชาวบ้านก็ทำสวนเมื่อมีลูกก็ส่งให้เข้าโรงเรียนเมื่อก่อนก็ไม่ค่อยสนใจโรงเรียนเหมือนมีเส้นแบ่งหน้าที่กันระหว่างโรงเรียน
กับชาวบ้านคือถ้าเด็กเข้าเขตรั้วโรงเรียนก็เป็นหน้าที่ของครูที่จะต้องสอนต้องดูแลกลับถึงบ้านเมื่อไรก็เป็นหน้าที่ของพ่อแม่
่ผู้ปกครองแต่ทุกวันนี้ไม่ใช่อย่างนั้นแล้วเพราะชาวบ้านเห็นผลงานและเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นทั้งกับตัวเด็กและ
สภาพโรงเรียนก็ชอบใจจึงพร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือถ้าโรงเรียนต้องการถึงแม้จะช่วยไม่ได้มากนักก็ตาม
เพราะชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่มีฐานะยากจนแต่ก็ดีใจที่โรงเรียนทำให้ลูกหลานเป็นคนดีและเก่งได้
หันมาที่โรงเรียนเครือข่ายบ้างอาจารย์สมบูรณ์สุขประเสริฐอาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัดบางประจันต์กล่าวว่า
ที่ขอมาเป็นเครือข่ายของโรงเรียนวัดสวนแก้วเพราะเห็นว่าทุกโรงเรียนจะต้องทำเรื่องของการปฏิรูปการเรียนรู้อยู่แล้ว
และในไม่ช้าก็จะต้องรับการประเมินจากภายนอกด้วยถ้าได้พี่เลี้ยงที่ดีเชื่อว่าเราจะไปได้ไวขึ้นเหมือนมีทางลัดให้เราเดิน
ช่วยให้ทำงานได้ง่ายและสะดวกขึ้นมากซึ่งครั้งแรกที่ตัดสินใจทำตนถูกต่อต้านจากครูในโรงเรียนเป็นอย่างมากเช่นกัน
แต่เมื่อนำคณะครูมาฟังคำบรรยายและให้เห็นภาพจริงๆที่เกิดขึ้นในโรงเรียนวัดสวนแก้วซึ่งเราเลือกแล้วที่จะขอให้ช่วย
เป็นพี่เลี้ยงปรากฏว่าคณะครูเปลี่ยนใจและยอมรับที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงและให้ความร่วมมือกันดีมาก
ก็เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนตัวอย่างของการปฏิรูปการเรียนรู้หรือปฏิรูปการศึกษาที่สามารถคิดและทำนอกกรอบภายใต
้โจทย์ใหญ่"ทำอย่างไรให้เด็กไทยเก่งดีมีสุข"ได้และยังเป็นบทพิสูจน์ด้วยว่าการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องเรียน
แต่สามารถใช้สิ่งต่างๆที่มีอยู่รอบตัวผู้เรียน รอบๆโรงเรียนเป็นครูได้ทั้งนั้น
อรนุช
วานิชทวีวัฒน์
จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับที่19,623วันเสาร์ที่5กรกฎาคมพ.ศ.2546หน้า
20