ตัวอย่างโรงเรียนปฏิรูป
ทั้งครูทั้งเด็กแฮปปี้
แม้ว่าพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติได้ประกาศใช้ไปแล้วตั้งแต่ปี2542จนบัดนี้ยังคงมีครูแลบะผู้บริหารจำนวนมาก
รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องทางการศึกษาจำนวนไม่น้อย ที่ยังงงและสับสนกับการปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ซึ่งถือเป็นหัวใจของการปฏิรูปการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ดร.รุ่งแก้วแดงเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติและ
คณะสื่อมวลชนสัญจรเดินทางไปดูโรงเรียนเล็กๆอย่างโรงเรียนวัดสวนแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม
สิ่งแรกที่สร้างความประทับใจให้กับทุกคนคือเด็กๆทั้งชายและหญิงแต่งชุดไทยวิ่งเล่นอยู่กลางสนามโดยเด็กผู้ชาย
จะใส่เสื้อม่อฮ่อมและกางเกงขาก๊วย เด็กผู้หญิงใส่ชุดไทยด้วยผ้าถุงและเสื้อหลากหลายแบบและหลากสีสัน
พอเข้าไปพูดคุยด้วยเด็กหญิงตัวเล็กๆบอกว่า"วันนี้เป็นวันศุกร์พวกหนูต้องใส่ชุดไทยค่ะสีอะไรแบบไหนก็ได้แต่ต้อง
เป็นผ้าถุงและเสื้ออะไรก็ได้ค่ะ หนูชอบค่ะสวยดี"
หลังจากนั้นนายไพศาล ถาวร ผู้อำนวยการโรงเรียนนำคณะฟังสรุปการดำเนินงานได้ความว่า
โรงเรียนแห่งนี้ได้รับคัดเลือกให้เข้าโครงการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ(สกศ)ตั้งแต่ปี2544เป็นโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัด
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ(สปช)มีนักเรียนเพียง 163คน มีครู 13 คน
ผอ.ไพศาล เล่าว่า "ก่อนที่จะเข้าโครงการกับสกศ.โรงเรียนมีปัญหาเรื่องการปฏิรูปการศึกษามากพอสมควร
เช่น
นโยบายของผู้บริหารที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาการทำงานต้องตามคำสั่งไม่มีส่วนร่วมจากครูหรือกรรมการ
โรงเรียนเลยการปฏิรูปที่เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพไม่รู้ว่ารูปแบบการปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
เป็นอย่างไรแต่พอได้เข้าโครงการสกศ.ก็ได้รับการสนับสนุนเต็มที่การพัฒนาการเรียนการสอนของครูก็ได้ฝึกอบรม
จากครูต้นแบบ ของ สกศ.ที่ได้ให้ความรู้อย่างเต็มที่แบบกัลยาณมิตร ไม่หวงวิชา
บอกหมดเทคนิควิธีการต่างๆ จึงทำให้วันนี้ครูของโรงเรียนมีความพร้อมมากชาวบ้านให้การสนับสนุนถึงแม้เราจะเป็นโรงเรียนเล็กๆ
มีคอมพิวเตอร์เก่าๆเพียง 3 เครื่อง แต่นักเรียนของเราก็ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันในจังหวัด
3 ปีซ้อน
นี่เป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจ"ทั้งนี้ผอ.ไพศาลพาไปดูนักเรียนชั้นป.1และป.2ที่กำลังเรียนรู้อย่างสนุกสนานทั้งในห้องเรียนและ
นอกห้องเรียนทุกคนจะกล้าแสดงออกเมื่อถูกถามจะตอบอย่างฉาดฉานโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียน
วิชาภาษาไทยของชั้นป.6ในวันนี้ได้เรียนเรื่องมะพร้าวซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของท้องถิ่น
ด้วยวิธีการสอนของครูพะเยาว์ พึ่งนุชที่จะให้นักเรียนได้ตระหนักถึงสิ่งดีๆที่มีอยู่ในท้องถิ่นเป็นการเรียนรู้ที่ทำให้
นักเรียนไม่เบื่ออยากจะเรียนได้รู้คุณค่าประโยชน์ของมะพร้าวแล้วสามารถที่นำมาถ่ายทอดเป็นตัวอักษร
เป็นเสียงเพลงได้ด้วยโดยจะเริ่มให้นักเรียนช่วยกันคิดว่าประโยชน์ของมะพร้าวมีอะไรนำมาเขียนเป็นปริศนาคำทาย
ทำเป็นแบบทดสอบแลกเปลี่ยนความรู้กันจากนั้นก็มาช่วยกันแต่งเป็นเพลงง่ายๆและช่วยกันร้องประกอบกับวันนี้
เด็กใส่ชุดไทยเรียนภาษาไทยและยังขับร้องเพลงไทยวิธีเรียนแบบนี้จะช่วยให้เด็กเข้าใจและจำได้ไม่ลืม
การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาช่วยการเรียนการสอนก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะนอกจากจะสร้างความผูกพันให้ชุมชนและ
โรงเรียนแล้วนักเรียนจะได้เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมของท้องถิ่นโดยโรงเรียนจะเชิญครูภูมิปัญญามาถ่ายทอดความรู้ด้านต่างๆ
ให้กับลูกหลานไม่ว่าจะเป็นการละเล่นที่ทำด้วยกะลามะพร้าวการทำขนมถั่วแปบที่ต้องใช้มะพร้าว
มาคลุกด้วยการสานเครื่องเล่นด้วยใบมะพร้าวแม้กระทั่งการเคี่ยวน้ำตาลปึกจากน้ำมะพร้าวเป็นต้น
ชลิต เปลี่ยนสีนักเรียนชั้นป.3เล่าถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้เรื่องการทำน้ำตาลปึกจากมะพร้าวจากครูภูมิปัญญาไทยว่า
"ตอนแรกก็ขึ้นต้นตาลโดยก่อนขึ้นต้องเหนี่ยวทางมะพร้าวก่อนจากนั้นขึ้นไปปาดตาลทิ้งไว้2-5อาทิตย์แล้วเอากระบอก
ไปรองน้ำตาลไว้หลังจากนั้นนำน้ำตาลที่ได้มาใส่กะทะติดไฟเอาฟืนใส่เสร็จแล้วเอากระวงครอบพอน้ำตาล
เดือดจึงยกเอากระวงออกแล้วยกกะทะออกจากเตาไฟจากนั้นเอาเนียน(เครื่องมือกวนน้ำตาล)มากวนจนกระทั่งน้ำตาลเหนียว
และแห้งแล้วจึงเทใส่ปีบนายสำเริง เนียมนราภูมิปัญญาที่ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนบอกว่า
เวลาครูพาเด็กๆมาก็จะสอนวิธีการทำน้ำตาลปึกส่วนใหญ่เด็กจะชอบและสนุกกับการเรียนรู้แต่เมื่อสอบถามความเห็นแล้ว
จะไม่อยากประกอบอาชีพนี้เพราะเป็นงานที่เหนื่อยมากทั้งๆที่อาชีพนี้สามารถสร้างรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงครอบครัวได้
จึงอยากให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะโรงเรียนช่วยกันกระตุ้นและสนับสนุนให้เด็กๆเห็นความสำคัญของอาชีพและภูมิปัญญา
ในทั้งท้องถิ่นแต่ละแห่งให้มากขึ้นไม่อย่างนั้นอาจทำให้ภูมิปัญญาต่างๆที่พ่อแม่ปู่ย่าตายาย
สั่งสมมาสูญหายไปได้ในอนาคตนอกจากการจัดกระบวนการเรียนการสอนแล้วบริเวณโรงเรียนจะสะอาดและร่มรื่น
และแต่ละมุมก็ล้วนแต่จะช่วยเสริมสร้างความรู้ให้กับนักเรียนทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาที่ใช้ไม่ได้แล้วแต่จะนำมาติดตั้ง
เป็นเวลาเข้าเรียนหยุดพักและเลิกเรียนรวมไปถึงตู้เย็นที่เสียแล้วก็จะนำมาเก็บหนังสือต่างๆที่ไม่ว่าเด็กจะอยู่มุมไหน
ก็จะสามารถไปเปิดอ่านได้เปลือกกล้วยน้ำว้าจะนำไปทำปุ๋ยถุงนมที่ดื่มแล้วจะถูกล้างและนำไปตาก
อย่างมีระเบียบเพื่อเก็บไว้ขาได้อีกด้วยพร้อมกันนี้ผอ.ไพศาลยังขยายผลรูปแบบดังกล่าวไปยังโรงเรียนเครือข่าย
เช่นที่โรงเรียนวัดบางประจันตดังนั้นจึงไม่แปลกเลยเมื่อเสร็จสิ้นจากการดูงานดร.รุ่งในฐานะเจ้าของโครงการ
ถึงกับกล่าวว่าน่ายินดีที่โรงเรียนวัดสวนแก้วสามารถดำเนินการปฏิรูปการเรียนรู้และมีรูปแบบที่ชัดเจน
ตามพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติตั้งแต่ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุขครูมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน
เป็นสำคัญได้รับความร่วมมือจากชุมชนที่เข้ามาช่วยคิดช่วยสนับสนุนให้โรงเรียนมีคุณภาพมากขึ้นจนขณะน
ี้ได้รับการประเมินคุณภาพทั้งภายในภายนอกเรียบร้อยแล้วดังนั้นหากใครที่ยังไม่เข้าใจไม่แน่ใจว่าจะบริหารจัดการ
เรื่องปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญก็ให้มาดูที่นี่ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของความสำเร็จท้ายที่สุดนี้ผอ.ไพศาล
จะยินดีและเต็มใจอย่างยิ่งหากจะเป็นส่วนหนึ่งของตัวอย่าง การปฏิรูปการเรียนรู้
ติดต่อได้ที่ 0-3471-6109
จากหนังสือพิมพ์มติชน
ปีที่ 26 ฉบับที่ 9250 วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 หน้า 21